การกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตลอดจนสาธารณชนทั่วไป ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงตระหนักและให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดถือและปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และไม่ทุจริตคอร์รัปชัน เป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมและเหมาะสม พร้อมทั้งคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ กฎระเบียบ และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะช่วยพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพการบริหารงาน เสริมสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กิจการ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพในการเติบโตแก่องค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการของกลุ่มบริษัทฯ ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยได้สื่อสารและถ่ายทอดไปยังบุคลากรทุกคนของกลุ่มบริษัทฯให้รับทราบและใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ซึ่งนโยบายดังกล่าวได้มีการพิจารณา ทบทวน ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ผ่านการกลั่นกรองและการกำกับดูแลของคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน คณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง คณะทำงานกำกับดูแลกิจการที่ดี และฝ่ายบริหาร อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อการปรับปรุง พัฒนา และยกระดับสู่มาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนและในระดับสากล รวมทั้งได้เผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์บริษัทฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

โครงสร้างการกำกับกิจการ

หมายเหตุุ: 1 - 16 คือ ผู้บริหารของบริษัทฯ ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่าด้วยการกำหนดนิยามในประกาศเกี่่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์

การสรรหากรรมการ

กระบวนการสรรหากรรมการจะดำเนินการผ่านการเลือกตั้ง โดยดำเนินการเป็นประจำทุกปี ซึ่งฝ่ายบริหารและผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้สรรหาบุคคลเบื้องต้นโดยไม่มีการจำกัดเพศ เพื่อเสนอชื่อให้กับคณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณาคุณสมบัติ โดยจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ข้อบังคับ และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ และพิจารณาประกอบกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามที่กำหนดไว้ใน Board Skills Matrix ของบริษัทฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ให้พิจารณาความเหมาะสมและเสนอชื่อต่อผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งกรรมการต่อไป

กระบวนการสรรหากรรมการ

คุณสมบัติของกรรมการ

ในกระบวนการสรรหากรรมการนอกจากจะพิจารณาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของกรรมการแล้ว บริษัทฯ ยังพิจารณาคุณสมบัติของกรรมการโดยใช้ Competency Matrix ในการพิจารณาความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญของกรรมการซึ่งแบ่งเกณฑ์การพิจารณาออกเป็น ทักษะ/สมรรถนะที่จำเป็น (Core Skills Required) และทักษะ/สมรรถนะที่เป็นทางเลือก (Alternative Skills)

ทั้งนี้ คณะกรรมการได้กำหนดสัดส่วนให้มีกรรมการที่มีประสบการณ์ในธุรกิจไฟฟ้า พลังงาน และ/หรือธุรกิจสาธารณูปโภคอื่น อย่างน้อย 3 คน และกรรมการที่มีคุณวุฒิ ทักษะ และ/หรือประสบการณ์ด้านบัญชี/การเงิน และด้านกฎหมาย อย่างน้อยด้านละ 1 คน

ส่วนคุณวุฒิ ทักษะ และ/หรือ ประสบการณ์ด้านอื่น ๆ คณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริษัทฯ จะพิจารณาตามความจำเป็น ความเหมาะสม และความสอดคล้องกับพันธกิจและเป้าหมายของบริษัทฯ

การประเมินผลการดำเนินงานคณะกรรมการ

บริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อยเป็นประจำทุกปีโดยเป็นการประเมินในภาพรวม “ทั้งคณะ” และ “รายบุคคล” ซึ่งมีเกณฑ์การประเมินดังนี้

การจัดทำเอกสารความเสี่ยงด้านทุจริต

สำหรับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการทุจริต บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต โดยจัดทำเอกสารด้านการทุจริตขององค์กร ซึ่งครอบคลุมถึงแผนภูมิความเสี่ยงด้านการทุจริต (Fraud Risk Profile) และทะเบียนความเสี่ยงด้านการทุจริต (Fraud Risk Register) โดยประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. การเตรียมการเพื่อกำหนดเกณฑ์การวัดความเสี่ยงในด้านผลกระทบ (Impact) และโอกาสที่จะเกิด (Likelihood of Occurrence) รวมทั้งกำหนดระดับความเสี่ยงที่บริษัทยอมรับได้ (Risk Appetite)
  2. การระบุความเสี่ยงด้านการทุจริต สาเหตุหลักของความเสี่ยง และผลกระทบของความเสี่ยงตลอดจน การวิเคราะห์ความรุนแรงและโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงก่อนพิจารณาถึงมาตรการควบคุมภายในที่มีอยู่
  3. การประเมินระบบการควบคุมภายในที่มีอยู่ในปัจจุบัน การวิเคราะห์ความรุนแรงและโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงหลังจากมีมาตรการควบคุมภายในปัจจุบัน
  4. การจัดหามาตรการเพื่อลดความเสี่ยงลงให้อยู่ในระดับที่บริษัทยอมรับได้ หากมาตรการควบคุมภายในที่ดำเนินงานอยู่ปัจจุบัน ไม่เพียงพอต่อการป้องกันความเสี่ยงด้านการทุจริต

ทั้งนี้ การประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตและแผนการจัดการความเสี่ยงจะมีการติดตามและทบทวนเพื่อนำเสนอผู้บริหาร และคณะกรรมการของบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ

การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน

บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้อนุมัติให้บริษัทฯ เข้าร่วมในโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: “CAC”) และได้ผ่านการรับรองเป็นสมาชิก CAC ตั้งแต่ปี 2559 และบริษัทฯ ได้รับการต่ออายุการรับรองเป็นสมาชิก CAC อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 14 ตุลาคม 2567 บริษัทฯ ได้รับมติต่ออายุการรับรองเป็นรอบที่ 3

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายกรอบการดำเนินการต่อต้านการทุจริต และการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริต และระบบการควบคุมภายใน รวมทั้งได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ แนวปฏิบัติ และข้อกำหนดในการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ได้มีการทบทวนนโยบาย ปรับปรุงระเบียบ คำสั่งบริษัทฯ เรื่องการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริต ให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับ Minimum Requirement ตามประกาศเพิ่มเติมของ CAC Council โดยกำหนดเพิ่มเติมในเรื่องระยะเวลาในการสอบสวนเรื่องร้องเรียน ทบทวน ปรับปรุง ทะเบียนความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน (Corruption Risk Assessment) และมาตรการควบคุมของบริษัทฯ และบริษัทย่อย (RG) และใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชันในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อนำพาองค์กรไปสู่การพัฒนาและดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้มีการสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทฯ คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน คณะกรรมการตรวจสอบ และฝ่ายบริหาร ในฐานะผู้นำองค์กร ที่จะต้องแสดงบทบาทและจุดยืนในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันให้แก่บุคลากรของบริษัทฯ พันธมิตรทางธุรกิจ และสาธารณชน เกิดความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ

นโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน
การบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริต

การป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างรัดกุม และมีการบริหารความเสี่ยงทั้งด้านบุคลากร กระบวนการ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้มีความพร้อมที่จะรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และสามารถรักษาธุรกิจให้ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยกำหนดแนวปฏิบัติในการปกป้องคอมพิวเตอร์ เครือข่าย ซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน ระบบที่สำคัญ และข้อมูล จากภัยคุกคามทางดิจิทัล ที่สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎระเบียบและมาตรฐาน การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ได้รับการยอมรับ อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้พัฒนาระบบป้องกันความเสียหายต่อระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อุบัติการณ์ด้านความปลอดภัยสารสนเทศและไซเบอร์ การตอบสนองกรณีเกิดเหตุการณ์ และการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยประเมินจากอุบัติการณ์ที่เคยเกิดขึ้นภายในกลุ่มบริษัทฯ และภายนอก เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการปฏิบัติงานและผลกระทบทางการเงิน รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียไว้ด้วย

บริษัทฯ ได้มีการประกาศใช้นโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ(Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของสารสนเทศ รวมทั้งคุณสมบัติอื่น ๆ ได้แก่ ความถูกต้องแท้จริง (Authenticity) ความรับผิดชอบ (Accountability) การห้ามปฏิเสธความรับผิดชอบ (Non-Repudiation) และความน่าเชื่อถือ (Reliability) นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการใช้งานระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์ ที่กำหนดข้อปฏิบัติสำหรับการบริหารจัดการระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์ ทั้งสองนโยบายเป็นเครื่องมือที่บริษัทฯ ใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและไซเบอร์ ซึ่งจะช่วยปกป้ององค์กรให้สามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างราบรื่นและมั่นคง โดยนโยบายดังกล่าวจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ

การดำเนินงานด้านข้อมูลส่วนบุคคลและการติดตามผล

บริษัทฯ ได้นำระบบ One-Trust มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินการดูแล ปกป้อง ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกประเด็นที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการติดตามการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ของหน่วยงานต่างๆ

ขั้นตอนการจัดการอุบัติการณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
นโยบายการใช้งานระบบเครือข่ายและคอมพิวเตอร์

บริษัทปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับธุรกิจ และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป สรุปได้ดังนี้

บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นให้ผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน การปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน เช่น สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น การเสนอระเบียบวาระการประชุม และ/หรือ เสนอชื่อบุคคลเพื่อเป็นกรรมการบริษัทฯ ในการประชุมผู้ถือหุ้น การแสดงความคิดเห็นและซักถามในการประชุมผู้ถือหุ้น การมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน การได้รับเงินปันผล การเลือกตั้ง ถอดถอน และกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี การออกเสียงลงคะแนนในกิจกรรมที่มีนัยสำคัญต่าง ๆ เช่น การเพิ่มทุนหรือลดทุน การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญ การทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน เป็นต้น การจดทะเบียนเป็นเจ้าของหุ้น การเปลี่ยนมือหรือการโอนสิทธิในหุ้น และการรับทราบข้อมูลข่าวสารที่มีนัยสำคัญที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันเวลา โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดและประกาศนโยบายเกี่ยวกับผู้ถือหุ้น รวมทั้งส่งเสริมและดูแลปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน

ปี 2568 ไม่มีกรณีที่บริษัทฯ ถูกเปรียบเทียบปรับ กล่าวโทษ หรือมีการดำเนินการทางแพ่งโดยหน่วยงานกำกับดูแล หรือกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องการซื้อหุ้นคืน การกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นสามารถสื่อสารระหว่างกัน การไม่เปิดเผยถึงข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders Agreement) ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทฯ หรือผู้ถือหุ้นรายอื่น

  1. สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทฯ กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม ได้ใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าร่วมประชุมและตัดสินใจลงมติในเรื่องสำคัญต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงรับรู้และตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทฯ และฝ่ายบริหาร เป็นประจำทุกปี โดยคณะกรรมการบริษัทฯ จะกำหนดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัทฯ สำหรับกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเสนอขออนุมัติผู้ถือหุ้นพิจารณาเรื่องสำคัญเป็นกรณีพิเศษ คณะกรรมการบริษัทฯ จะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเป็นกรณีไป

  2. สิทธิในการมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน

    บริษัทฯ ให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการมอบฉันทะให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนตนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะให้เป็นไปตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดและให้ผู้รับมอบฉันทะยื่นหนังสือมอบฉันทะต่อประธานกรรมการหรือผู้ที่ประธานกรรมการกำหนดก่อนเข้าประชุม

  3. สิทธิในการได้รับเงินปันผล

    บริษัทฯ กำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรตามงบการเงินรวม หลังหักเงินทุนสำรองตามกฎหมายและเงินสำรองอื่น ๆ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดของบริษัทฯ

    สำหรับการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 บริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม และออกเสียงลงคะแนนในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นและรับเงินปันผล (Record Date) เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลประจำปีในวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 โดยได้ประกาศโฆษณาการจ่ายเงินปันผล บนเว็บไซต์บริษัทฯ ทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน ระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับบริษัทฯ รายละเอียดเป็นไปตามที่ระบุในหนังสือเชิญประชุม

    เพื่อปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบและติดตามข้อมูลการรับเงินปันผลของผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี พบว่ายังมีเงินปันผลค้างจ่ายจำนวนหนึ่งที่ผู้ถือหุ้นยังไม่ได้ติดต่อขอรับ บริษัทฯ ได้ส่งหนังสือติดต่อผู้ถือหุ้นตามฐานข้อมูลนายทะเบียนหลักทรัพย์แจ้งรายละเอียดสถานะเงินปันผลค้างจ่ายวิธีดำเนินการเพื่อติดต่อขอรับเงินปันผล และประสานงานเพื่อการออกเช็คเงินปันผลฉบับใหม่แทนเช็คสูญหายหรือหมดอายุ รวมถึงการดำเนินการเพื่อโอนกรรมสิทธิ์การถือหุ้นให้ทายาทรับเงินปันผลแทนกรณีผู้ถือหุ้นถึงแก่กรรม

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เชิญชวนและส่งแบบฟอร์มสมัครใช้บริการโอนเงินปันผลเข้าบัญชีธนาคาร (e-Dividend) ให้แก่ผู้ถือหุ้น เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการรับเงินปันผลในคราวต่อไป ซึ่งปัจจุบันพบว่า ผู้ถือหุ้นมีแนวโน้มเปลี่ยนมาใช้วิธีรับเงินปันผลแบบ e-Dividend เพิ่มมากขึ้น

  4. สิทธิในการเลือกตั้ง ถอดถอน และกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ

    คณะกรรมการบริษัทฯ นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลงเนื่องจากครบวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น โดยระบุชื่อพร้อมประวัติย่อของกรรมการแต่ละคนที่จะเสนออย่างครบถ้วน ในหนังสือเชิญประชุม และเพื่อพิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการเป็นประจำทุกปี

  5. สิทธิในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน

    คณะกรรมการบริษัทฯ นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทนในการสอบบัญชีเป็นประจำทุกปี โดยระบุชื่อผู้สอบบัญชี บริษัทที่สังกัด ประสบการณ์ความสามารถ และประเด็นที่เกี่ยวกับความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี รวมทั้งค่าบริการไว้ครบถ้วนชัดเจน

  6. สิทธิในการจดทะเบียนเป็นเจ้าของหุ้น เปลี่ยนมือ หรือโอนสิทธิในหุ้น

    บริษัทฯ มอบหมายให้ TSD เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ทำหน้าที่รับฝากหลักทรัพย์ของบริษัทฯ จัดเก็บและดูแลข้อมูลของผู้ถือหุ้นให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการแก่ผู้ถือหุ้นที่ถือหลักทรัพย์ของบริษัทฯ เช่น การออกใบหลักทรัพย์ ฝาก/ถอนใบหลักทรัพย์ โอน/รับโอนหลักทรัพย์ และการจ่ายสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อกับ TSD ได้โดยตรงที่ TSD Call Center โทร. 0 2009 9999 หรือสมัครใช้บริการ Investor Portal ซึ่งเป็นระบบบริการข้อมูลผู้ถือหุ้นผ่านทางอินเทอร์เน็ต ได้ที่ https://www.set.or.th/th/tsd/services/investors/e-services/investor-portal

  7. สิทธิในการรับทราบข้อมูลข่าวสารที่มีนัยสำคัญของบริษัทฯ อย่างถูกต้อง เพียงพอ และทันเวลา

    บริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อกำหนด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศและการปฏิบัติการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องของบริษัทจดทะเบียนที่มีสาระสำคัญครบถ้วนถูกต้อง เพียงพอ และทันกาล

  8. สิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัทฯ

    บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมชมกิจการในกลุ่มบริษัทฯ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยและนักลงทุนสถาบันเข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมกิจการเป็นประจำทุกปี (Company Visit) โดยใช้ระบบ Random จากผู้ลงทุนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด รวมถึงได้จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมในรูปแบบอื่น ๆ ผ่านระบบออนไลน์ เช่น Opportunity Day, Analyst Meeting และ Press Conference เป็นต้น

บริษัทฯ ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือผู้ถือหุ้นสถาบัน และไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยหรือต่างชาติ ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

  1. การเข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯ

    บริษัทฯ กำหนดช่องทางเผยแพร่ผ่านระบบเผยแพร่สารสนเทศของ ตลท. เป็นช่องทางหลัก และกำหนดผู้ทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ ได้แก่ ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีช่องทางติดต่อสื่อสารเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นเข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯ ได้อย่างเท่าเทียม ผ่านทางเว็บไซต์บริษัทฯ และ/หรือ ผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น สำนักงานเลขานุการบริษัท ฝ่ายตรวจสอบภายใน ฝ่ายกิจการองค์กร และส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ เป็นต้น

  2. การจัดทำเอกสาร 2 ภาษา

    บริษัทฯ จัดทำข้อมูลและเปิดเผยสารสนเทศทุกรายการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านระบบเผยแพร่สารสนเทศของ ตลท. และเว็บไซต์บริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯ ได้อย่างเท่าเทียมกัน

  3. การส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอเรื่องเพื่อบรรจุในระเบียบวาระการประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือ เสนอชื่อบุคคล เพื่อเป็นกรรมการ

    ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นทุกปี บริษัทฯ ได้เผยแพร่สารสนเทศเชิญชวนให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอเรื่องเพื่อบรรจุในระเบียบวาระการประชุมผู้ถือหุ้น และ/หรือ เสนอชื่อบุคคลเพื่อเป็นกรรมการ ผ่านระบบเผยแพร่สารสนเทศของ ตลท. และเผยแพร่รายละเอียดหลักเกณฑ์ วิธีการ กระบวนการในการพิจารณา และช่องทางการดำเนินการไว้อย่างชัดเจนผ่านทางเว็บไซต์บริษัทฯ

  4. การลงคะแนนเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

    บริษัทฯ กำหนดให้การออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้นสำหรับผู้เข้าประชุมทุกรายกระทำผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้เข้าประชุมทุกรายสามารถลงคะแนนเสียงแบบ Real Time โดยกรอก Username และ Password เพื่อยืนยันตัวตนผ่านคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ Tablet ซึ่งจะสะดวกกับผู้เข้าประชุมและการประมวลผล การลงคะแนนเสียงที่สามารถตรวจสอบได้

บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ และผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่นในทางมิชอบไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งในจรรยาบรรณ ระเบียบ คำสั่ง และประกาศของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการทบทวนและปรับปรุงแนวปฏิบัติในภาพรวมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามกระบวนการที่คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนด นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้แก่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลภายในของบริษัทฯ ทุกคน ลงนามรับทราบและถือปฏิบัติเมื่อวันปฐมนิเทศและวันแรกเข้าทำงาน อีกทั้งได้เผยแพร่และสื่อสารนโยบาย แนวปฏิบัติ และมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในที่สำคัญผ่านการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ระบบสื่อสารภายใน และเว็บไซต์บริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ

นโยบายการใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทฯ กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันการนำข้อมูลภายในของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางมิชอบ ตลอดจนป้องกันการนำข้อมูลไปใช้เพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องรับทราบนโยบายและแนวปฏิบัติดังกล่าวแล้ว โดยได้เผยแพร่นโยบายป้องกันการนำข้อมูลภายในของบริษัทฯ ไว้บนเว็บไซต์บริษัทฯ

นโยบายป้องกันการนำข้อมูลภายในของบริษัทไปใช้ในทางมิชอบ

ปี 2568 พบว่าไม่มีกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ใช้ข้อมูลภายในหรือซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงที่บริษัทฯ กำหนดให้งดการซื้อขาย หรือมีการกล่าวโทษกรรมการและผู้บริหารกรณีซื้อขายหลักทรัพย์หรือใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบจากหน่วยงานกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่มีกรณีการกระทำอันไม่เป็นธรรมหรือเอาเปรียบผู้ลงทุนโดยใช้ข้อมูลภายในโดยกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทฯ

บริษัทฯ กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในจรรยาบรรณบริษัทฯ ข้อบังคับบริษัทฯ และระเบียบบริษัทฯ ว่าด้วยคณะกรรมการชุดต่าง ๆ โดยให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนลงนามรับทราบและถือปฏิบัติในวันปฐมนิเทศและวันแรกเข้าทำงาน ทั้งมีการทบทวนและปรับปรุงแนวปฏิบัติโดยภาพรวมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามกระบวนการที่คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนด โดยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน จะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และตัดสินใจบนพื้นฐานแห่งประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ ภายใต้กฎหมายและจริยธรรม หากบุคคลมีส่วนได้เสียในเรื่องใดให้แจ้งต่อที่ประชุมและออกจากห้องประชุม โดยต้องไม่เข้าร่วมพิจารณาการทำธุรกรรมดังกล่าว และไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น รวมทั้งได้สื่อสารและถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนลงนามรับทราบและตกลงว่าจะปฏิบัติตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และช่องทางการสื่อสารภายใน เช่น แอปพลิเคชันไลน์ หรืออีเมล เป็นต้น

นอกจากนี้ กรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ จะต้องจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสียของตนและบุคคลที่เกี่ยวข้องครั้งแรกในวันเริ่มดำรงตำแหน่ง และรายงานเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการส่วนได้เสียตามแบบรายงาน การมีส่วนได้เสียที่กำหนด โดยให้เลขานุการบริษัทมีหน้าที่จัดเก็บและจัดส่งสำเนาให้ประธานกรรมการ และประธานกรรมการตรวจสอบ หลังจากนั้นให้รายงานเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทุกวันที่ 1 มิถุนายนของทุกปี

สำหรับบริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุน บริษัทฯ มีกระบวนการและแนวทางกำกับดูแล และติดตามการดำเนินงานผ่านผู้แทนบริษัทฯ ที่ทำหน้าที่กรรมการ หรือผู้บริหารในบริษัทนั้น ๆ ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน และผู้บริหารสูงสุดของทุกสายงานมีหน้าที่เข้าร่วมประชุมและรายงานการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินงานของบริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุน ต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นประจำหรืออย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง

ในกรณีที่บริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย หรือบริษัทในกลุ่มบริษัทฯ จะมีการดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน จะมีการดำเนินงานเพื่อป้องกันการขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เป็นสำคัญ

ปี 2568 พบว่าไม่มีการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับรายการระหว่างกัน/การซื้อขายสินทรัพย์ของบริษัทฯ กับคู่ค้ารายการใด ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานบริษัทฯ ในประเด็นที่มีหรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  1. นโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย

    คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน ทั้งมีการทบทวนและปรับปรุงจรรยาบรรณบริษัทฯ เพื่อใช้เป็นกรอบข้อพึงปฏิบัติสำหรับในการทำงานของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของบริษัทฯ ต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มตามหลักการส่งเสริมและกำกับดูแลกิจการ เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิตามกฎหมายของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ เช่น ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า เจ้าหนี้ พันธมิตร คู่แข่ง ภาครัฐ และชุมชนที่บริษัทฯ ตั้งอยู่ ได้รับการคุ้มครองและปฏิบัติด้วยดี โดยได้ประกาศและเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบอย่างทั่วถึงผ่านช่องทางต่าง ๆ และเว็บไซต์บริษัทฯ

    จรรยาบรรณบริษัท
    นโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย
    รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568
  2. นโยบายสิทธิมนุษยชน

    คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดนโยบายและหลักปฏิบัติที่สำคัญด้านสิทธิมนุษยชนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในจรรยาบรรณบริษัทฯ เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักและให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานและศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและยั่งยืนในสังคม โดยมีการทบทวนและปรับปรุงหลักปฏิบัติที่สำคัญเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงหลักปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนสากล และเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัทฯ

    เจตนารมณ์ของบริษัทฯ: บริษัทฯ ยึดถือปฏิบัติ สนับสนุน และส่งเสริมการเคารพและปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศ หลักการสิทธิมนุษยชนและแรงงานสากล รวมทั้งหลักปฏิบัติที่ดีสำหรับภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้บริษัทร่วมทุน หุ้นส่วนธุรกิจ คู่ค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ในห่วงโซ่อุปทาน และกิจการที่บริษัทฯ มีอำนาจบริหารจัดการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดำเนินงานบนพื้นฐานของหลักการเคารพสิทธิมนุษยชน เคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม และเปิดให้ทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน และปฏิบัติต่อทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติและไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ สีผิว เพศ อัตลักษณ์ทางเพศ อายุ ศาสนา ภาษา ลัทธิความเชื่อ สถานะทางสังคม ถิ่นกำเนิดของครอบครัว ความทุพพลภาพ ความคิดเห็นทางการเมือง รวมทั้งบทบัญญัติของกฎหมายและหลักการสิทธิมนุษยชนสากลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันมิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการทำงานของบริษัทฯ โดยกำหนดแนวปฏิบัติไว้ในนโยบายสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน และบริษัทฯ จะมีส่วนร่วมในการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนที่อยู่รอบพื้นที่กิจการของบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ

    การปฏิบัติต่อกันภายใต้สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค: พนักงานต้องปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน รวมทั้งยอมรับและเคารพความเห็นที่แตกต่าง ไม่ควรแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา เพศ ฐานะทางเศรษฐกิจ สถานะทางสังคม การศึกษา หรือเรื่องอื่นใดที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง โดยห้ามพนักงานกระทำการใด ๆ ที่เป็นการกดขี่ข่มเหงผู้อื่นทั้งทางกายและจิตใจ หรือใช้ความรุนแรง หรือกำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เป็นธรรมต่อบุคคลอื่นในสถานที่ทำงานโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม พนักงานมีสิทธิเสรีภาพในการใช้สิทธิทางการเมือง เช่น สนับสนุนหรือเป็นสมาชิกพรรคการเมือง การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง การใช้สิทธิทางการเมืองอื่น ๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสนับสนุนและเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมและรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยสมัครใจด้วย

    การปกป้องสิทธิส่วนบุคคล และการเก็บรักษาข้อมูลความลับ: จำแนกข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ จำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสมที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลนั้นเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจนเท่านั้น ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างยุติธรรม และซื่อสัตย์ เก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามความจำเป็นโดยเป็นไปตามวัตถุประสงค์ด้านกฎหมาย กฎระเบียบ หรือความต้องการทางธุรกิจที่เหมาะสม ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของพนักงานที่บริษัทฯ เก็บรักษาไว้ โดยไม่เปิดเผย ส่งต่อ ถ่ายโอน ให้แก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยพนักงานเจ้าของข้อมูลไม่อนุญาต ข้อมูลส่วนตัวพนักงาน และข้อมูลอ่อนไหว ตามบทบัญญัติของกฎหมายต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด ตระหนักถึงกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิของบุคคล ในประเทศไทยและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลออกนอกประเทศถิ่นกำเนิด ปรึกษากับที่ปรึกษากฎหมายหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อระบุข้อกำหนดทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม

    การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม และการเคารพสิทธิชุมชน: บริษัทฯ ยึดหลักการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งสอดคล้องกับอนุสัญญาหรือข้อกำหนดขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) เป็นพื้นฐานในการปฏิบัติต่อแรงงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทำงาน ครอบคลุมตั้งแต่ การจ้างงาน การดูแลและคุ้มครองสวัสดิการ และความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงาน บนพื้นฐานของความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งครอบคลุมการจ้างงานในท้องถิ่น รวมทั้งการปฏิบัติต่อแรงงานของคู่ค้า ด้านชุมชน บริษัทฯ เคารพสิทธิในการรับรู้ข่าวสารและการดูแลความปลอดภัยให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีการสื่อสารระหว่างกันในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งสนับสนุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข อาชีพ และสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง

    การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence): บริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ เป็นประจำทุก 3 ปี ในปี 2565 บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยง (Human Right Risk Assessment) ด้านสิทธิมนุษยชนของพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ชุมชน และกลุ่มผู้ทรงสิทธิอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยได้จัดทำเป็นบัญชีความเสี่ยงพร้อมทั้งกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง ต่อมาในปี 2566 ได้ทำการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Right Impact Assessment) ของกลุ่มพนักงานบริษัทฯ บริษัทย่อย และบริษัทร่วมทุนครบทุกแห่ง โดยผลการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบของกลุ่มพนักงานอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งมีมาตรการควบคุมที่เพียงพอ

    บริษัทฯ กำหนดแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนไว้ในจรรยาบรรณบริษัทฯ และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงานรับทราบและถือปฏิบัติ เพื่อให้พนักงานได้ตระหนักถึงความยั่งยืนของบริษัทฯ เนื่องจากการเผชิญความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียและภาพลักษณ์ของบริษัทฯ

    นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังได้พิจารณาทบทวนนโยบายสิทธิมนุษยชน เพื่อให้นโยบายมีความครบถ้วนสอดคล้องกับ หลักการสิทธิมนุษยชนสากล และหลักปฏิบัติที่ดีสำหรับภาคธุรกิจ ประกอบด้วย ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) กรอบความร่วมมือการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Principles of the United Nations Global Compact: UNGC) ปฏิญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศปฏิญญาว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงาน (Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) รวมถึงอนุสัญญาหลัก (Core Conventions) ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) แนวปฏิบัติขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจสำหรับวิสาหกิจข้ามชาติว่าด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (OECD Guidelines for Multinational Enterprises on Responsible Business Conduct) และหลักการสิทธิเด็กและธุรกิจ (Children’s Rights and Business Principles: CRBP) รวมถึงเหมาะสมกับบริบทของบริษัทฯ มากยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ออกประกาศคณะกรรมการบริษัทฯ ที่ 1/2568 เรื่อง นโยบายสิทธิมนุษยชน (ปรับปรุงครั้งที่ 1) เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568

    ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ติดตามการร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในช่องทางร้องเรียนที่จัดไว้ ปรากฏว่าไม่มีกรณีหรือเหตุการณ์ที่บริษัทฯ ถูกร้องเรียน หรือถูกฟ้องร้องว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

    นโยบายสิทธิมนุษยชน
  3. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    เพื่อให้การดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทฯ กำหนดและประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางการสื่อสารภายใน และบนเว็บไซต์บริษัทฯ เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลให้เก็บรวบรวมได้เท่าที่จำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย วัตถุประสงค์ในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยชัดแจ้ง รวมทั้งจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอเหมาะสม มีช่องทางการติดต่อบริษัทฯ และกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียนของลูกค้าเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีการทบทวนและตรวจสอบมาตรการดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

    ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้งนายยุวสันต์ วิเวกเมธากร ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ (Data Protection Officer : DPO)

    นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  4. การใช้และดูแลทรัพย์สินทางปัญญา

    คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดให้พนักงานทุกคนมีหน้าที่ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ และใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ เพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ ตามที่ได้กำหนดแนวปฏิบัติไว้ในจรรยาบรรณบริษัทฯ ซึ่งได้ประกาศให้ทราบและถือปฏิบัติ โดยพนักงานทุกคนต้องเคารพสิทธิ หลีกเลี่ยง และไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ และผู้อื่น รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลหรือการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาจะสิ้นสุดลงเมื่อพ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัทฯ

  5. นโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ

    คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดนโยบายความมั่นคงปลอดภัย เทคโนโลยีสารสนเทศ ไซเบอร์ และปัญญาประดิษฐ์ ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งครอบคลุมด้านการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นโยบายการควบคุมการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ นโยบายการจัดการชั้นความลับ นโยบายการควบคุมการเข้าถึงข้อมูล และระบบสารสนเทศ (Access Control) นโยบายการกำหนดแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Attack) ตามกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยทางด้าน Cyber Security ของหน่วยงาน National Institute of Standards and Technology ของสหรัฐอเมริกา (NIST Security Framework) และแผนการดำเนินการในภาวะวิกฤต โดยมีการพัฒนาระบบงานต่าง ๆ เพื่อใช้งานสำหรับกิจกรรมภายในทั้งในส่วนของระบบสารสนเทศ และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน มีการตรวจสอบระบบสารสนเทศ โดยหน่วยงานตรวจสอบภายในและภายนอก

    นโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ ไซเบอร์ และปัญญาประดิษฐ์

ปี 2568 นอกจากการบำรุงรักษาระบบให้ทำงานอย่างเป็นปกติแล้ว บริษัทฯ ยังเน้นด้านการประเมินความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การตรวจสอบ ป้องกัน และปรับปรุง ด้านการป้องกัน Cyber Attack โดยการวัดระดับคะแนนความปลอดภัย (Security Scorecard) เป็นประจำทุกเดือน รวมทั้งยังมีการทำ Vulnerability Assessment (VA Scan) การตรวจสแกนหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในระบบ, Penetration Testing (Pentest) ทดสอบเจาะระบบ และ Phishing Email Simulation จำลองการส่งอีเมลหลอกลวง (Phishing) ให้กับผู้ใช้งานในองค์กร เพื่อดำเนินการเชิงรุกในการเสริมสร้างความปลอดภัยและป้องกันความเสี่ยงอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับข้อมูลสำคัญ รวมถึงตระหนักรู้และทักษะของผู้ใช้งาน และรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรตามมาตรฐานความปลอดภัยทาง Cyber Security รวมถึงมีการทดสอบการใช้งานระบบการกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดภัยพิบัติ (Disaster Recovery) ให้สามารถดำเนินกิจกรรมที่สำคัญของบริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่อง ในกรณีเกิดภาวะวิกฤตต่าง ๆ ทั้งนี้ หากพบว่ามีการกระทำความผิดอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ บริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินการทางวินัยและทางกฎหมายต่อไป

บริษัทฯ สนับสนุนให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้กำหนดนโยบายการอนุรักษ์พลังงาน และนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมอาคารสำนักงาน ซึ่งมุ่งเน้นให้มีการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ทั้งในกระบวนการผลิต และในอาคารสำนักงานของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดี และสร้างจิตสำนึกที่ดีด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง รวมทั้งมุ่งมั่นขยายผลไปสู่สาธารณชนโดยรวม

นอกจากนี้ ประธานกรรมการยังมอบหมายฝ่ายบริหารให้กำกับดูแลให้มีการประหยัดพลังงานในทุกมิติ และให้รายงานในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ

นโยบายการอนุรักษ์พลังงาน
นโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมอาคารสำนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศที่เข้าไปดำเนินงาน รวมทั้งมาตรการแก้ไขและป้องกันผลกระทบที่กำหนดไว้ในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรายงานการศึกษาผลกระทบความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีการติดตามการปฏิบัติของกิจการต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการนำมาตรฐานการดำเนินงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล เช่น มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 มาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ISO 45001 รวมถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งของกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานกำกับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าใช้งานในโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ โดยมีการติดตาม ตรวจสอบและพัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสนับสนุนการลดการใช้พลังงานและน้ำ ในการผลิตไฟฟ้า เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้เพื่อกักเก็บก๊าซเรือนกระจกควบคู่กันไปด้วย

ปี 2568 บริษัทฯ ได้นำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESMS : Environmental and Social Management System) ที่พัฒนาขึ้นโดยอิงกับมาตรฐาน IFC Performance Standard มาใช้ปฏิบัติในโครงการโรงไฟฟ้านำร่อง 3 แห่ง เพื่อประเมินความครบถ้วนของประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่มีนัยสำคัญต่อกลุ่มบริษัทฯ และผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทฯ พิจารณาทบทวนและปรับปรุงนโยบายสิ่งแวดล้อมและสังคมของบริษัทฯให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญของธุรกิจผลิตไฟฟ้าและพลังงาน และบริบทของบริษัทฯ รวมทั้งส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร สร้างความตระหนักและปลูกฝังจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้บริหารและพนักงานทุกคน โดยได้สื่อสารอย่างทั่วถึงและฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญต่อความยั่งยืนของบริษัทฯ เป็นประจำทุกปี

นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร
การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ให้รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี รวมทั้งระบุปัญหา และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ เมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบ 1 ปี เพื่อเสนอต่อฝ่ายบริหาร และนำส่งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้เสียเป็นประจำทุกปี

บริษัทฯ ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ที่มาปฏิบัติงานกับบริษัทโดยเฉพาะภายในบริเวณบริษัทฯ โดยจัดอบรมและให้ความรู้ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักต่อหน้าที่ในการดำเนินงาน และการปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัยในทุกขั้นตอน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะทำงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นผู้ทำหน้าที่ติดตาม และประเมินผล รวมทั้งหาแนวทางป้องกันและ แก้ไขให้ปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาวการณ์ และรู้คุณค่าของการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สอดคล้องกับนโยบายและจรรยาบรรณบริษัทที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดและประกาศเผยแพร่โดยสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งภายในบริษัทฯ และบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ

โดยในปี 2568 มีผลการดำเนินงานสรุปดังนี้

คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดให้มีการพิจารณาทบทวนนโยบายเกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ได้ประกาศใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน การให้ความสำคัญในการสื่อสาร การสนับสนุนการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การส่งเสริม การอนุรักษ์ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น และการสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จาก การดำเนินการในทุกกระบวนการ และช่วงเวลาของการพัฒนาและดำเนินโครงการของบริษัทฯ กล่าวคือ ในช่วงการพัฒนาโครงการได้มีการศึกษารายละเอียดข้อมูลเบื้องต้นทางด้านเทคนิคควบคู่ไปกับการศึกษาข้อมูลสภาพเศรษฐกิจ สังคม ขนบธรรมเนียม และวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อจัดทำแผนงานการมีส่วนร่วมของชุมชน และข้อมูลหลักในการสื่อสารของโครงการ การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเข้าใจโครงการและการประชุมรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในเรื่องต่าง ๆ ภายใต้ข้อกำหนดของหน่วยงานราชการ และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องในระหว่างงานก่อสร้างโครงการ มีการสื่อสารทำความเข้าใจให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงาน และนโยบายการดำเนินงานของบริษัทฯ กับชุมชนอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงที่โครงการมีการดำเนินงานแล้วก็ยังคงมีการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอกับชุมชน มีการรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาปรับปรุงกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ กิจการโรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ ยังจัดให้มีคณะกรรมการไตรภาคีที่ประกอบด้วยทุกภาคส่วนในชุมชน เพื่อเป็นกลไกในการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า และเป็นช่องทางให้ชุมชนได้แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์นำมาซึ่งการอยู่ร่วมกันได้ด้วยความไว้วางใจกัน สำหรับ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ซึ่งดำเนินงานโรงไฟฟ้าราชบุรี ถือเป็นต้นแบบการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ประสบความสำเร็จ โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการผู้ตรวจการสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าราชบุรี ประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัด ทำหน้าที่ติดตามและตรวจสอบการดำเนินการของโรงไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าราชบุรี ตามที่ระบุในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเป็นองค์กรกลางในการติดต่อประสานงานกับโรงไฟฟ้า รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง ปัญหาหรือประเด็นที่อาจเป็นปัญหา ข้อเสนอแนะจากชุมชนซึ่งเป็นช่องทางสำคัญอีกทางหนึ่งในการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างมีระบบและต่อเนื่อง

บริษัทฯ จัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รายละเอียดเพิ่มเติมแสดงไว้ใน รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568

  • ประเภทการเปิดเผย

    บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน เปิดเผยตามรอบระยะเวลาบัญชี (Periodic Report) และตามเหตุการณ์ (Non-Periodic Report) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับสารได้รับข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ และทันกาลและเป็นประโยชน์ในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุน

  • คุณภาพของข้อมูล

    คุณภาพของข้อมูล หมายถึง ความถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน เพียงพอ เป็นปัจจุบัน ทันเวลา โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทฯ ที่เปิดเผยมีทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเงิน และไม่ใช่ตัวเงิน ลักษณะข้อมูลไม่ใช่ข้อมูลด้านเดียว แต่มีทั้งข้อมูลเชิงบวกและเชิงลบ การเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เช่น การเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญให้ทราบโดยทันที การเผยแพร่สารสนเทศต่อประชาชนโดยทั่วถึง การชี้แจงกรณีที่มีข่าวลือหรือข่าวสารต่าง ๆ การดำเนินการเมื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดจากภาวะปกติ ไม่ทำการเปิดเผยในเชิงส่งเสริมโดยไม่มีเหตุอันควร และการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ โดยบุคคลภายใน เป็นต้น ในขณะเดียวกันการเปิดเผยข้อมูลต้องไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายแก่บริษัทฯ จนเกินไป และไม่ทำให้บริษัทฯ สูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้วยเช่นกัน ในส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ได้กล่าวไว้ ในหัวข้อสิทธิของผู้ถือหุ้น และรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินที่คณะกรรมการบริษัทฯ ได้จัดทำและแสดงไว้ควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีในแบบ 56-1 One Report และความเห็นเกี่ยวกับคุณภาพรายงานทางการเงินของคณะกรรมการตรวจสอบ แสดงไว้ในหัวข้อรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ ในรอบปีที่ผ่านมา

    นอกจากการเปิดเผยสารสนเทศที่มีคุณภาพต่อบุคคลภายนอกจะสะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใส ในการดำเนินงานของบริษัทฯ แล้ว ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งเสริมความเชื่อมั่นและความมั่นใจของผู้ลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้ทำหน้าที่กำกับดูแล ติดตาม และทบทวนให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการตามที่กำหนดไม่เพียงแต่การเปิดเผยสารสนเทศในระดับขั้นต่ำที่กฎหมายหรือข้อบังคับกำหนดเท่านั้น แต่ยังให้เน้นความสำคัญและความเสมอภาคของผู้ลงทุนในการรับรู้สารสนเทศอีกด้วย

  • ช่องทางการเปิดเผยข้อมูล

    บริษัทฯ ยึดหลักการเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทฯ อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ผ่านช่องทางการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เช่น การเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์บริษัทฯ (www.ratch.co.th) การแถลงข่าวผลประกอบการประจำไตรมาสและประจำปี การประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ การส่งข่าวและภาพกิจกรรมแก่สื่อมวลชน การพบนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ การสัมภาษณ์ผู้บริหาร การจัดนิทรรศการ การจัดกิจกรรมสัมพันธ์กับสื่อมวลชน การจัดกิจกรรม Opportunity day การพาผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เข้าเยี่ยมชมกิจการและกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งครอบคลุมทั้งการสื่อสารทางเดียวและการสื่อสารสองทาง โดยข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัทฯ จัดทำเป็นสองภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และทำการเผยแพร่พร้อมกันผ่านระบบเผยแพร่สารสนเทศของ ตลท. เป็นช่องทางหลัก เพื่อขยายโอกาส เพิ่มความสะดวกในการเผยแพร่ข้อมูล และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสาธารณชนทั่วไป

    คณะกรรมการบริษัทฯ และฝ่ายบริหารได้ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศ โดยมีการติดตามและตรวจสอบให้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และกำหนดหน่วยงานและผู้รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลในเรื่องต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งพัฒนาช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้ข้อมูลที่เปิดเผยมีคุณภาพและทั่วถึง ดังนี้

  • ผู้รับผิดชอบการเปิดเผยข้อมูล บริษัทฯ กำหนดผู้มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศของบริษัทฯ ได้แก่ ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ รับผิดชอบในการจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายกิจการองค์กรรับผิดชอบการจัดทำข้อมูลและประเด็นสำคัญสำหรับการสื่อสารกับผู้สื่อข่าว และรายงานความยั่งยืน สำนักงานเลขานุการบริษัทรับผิดชอบดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศตามข้อกำหนดและระเบียบวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน และสายงานการเงินและส่วนนักลงทุนสัมพันธ์รับผิดชอบการจัดทำข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้อง การจัดทำข้อมูลและประเด็นสำคัญสำหรับการสื่อสารกับผู้สื่อข่าว นักลงทุน หรือนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ รวมทั้งการจัดทำแบบ 56-1 One Report เพื่อเปิดเผยตามข้อกำหนดและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

ในการเข้าทำธุรกรรมหรือข้อตกลงกับคู่ค้า พันธมิตร ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ บริษัทฯ จะดำเนินการตามเงื่อนไข ข้อตกลง และสัญญา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับในเรื่องนั้น ๆ หากมีกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามหรือมีการละเมิดสิทธิต่าง ๆ ที่บริษัทฯ ยึดถือและต้องปฏิบัติตาม บริษัทฯ จะจัดให้มีการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไข ข้อตกลง และสัญญา รวมถึงกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง อย่างเหมาะสมและยุติธรรม

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดให้ฝ่ายบริหารเสนอการทำประกันความรับผิดของกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหาร (Directors and Officers Liability Insurance: D&O) ให้คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาเงื่อนไขการรับประกัน วงเงินประกัน และค่าเบี้ยประกันเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ความคุ้มครองกรรมการและผู้บริหาร กรณีมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารตามตำแหน่งนั้น ๆ ภายใต้อำนาจหน้าที่โดยชอบ และสอดคล้องกับการขยายตัวทางธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีการเข้าทำธุรกรรมทางธุรกิจจำนวนมากและมีความเกี่ยวพันกับการพิจารณาอนุมัติ การให้ความเห็น การเข้ารับรองและผูกพันแทนบริษัทฯ ตามภาระหน้าที่ของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารในธุรกรรมต่าง ๆ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการเรียกร้องจากบุคคลภายนอก รวมทั้งผู้ถือหุ้นหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ เกี่ยวกับความรับผิดของกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่บริหารอันสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดชอบความสูญเสีย และให้เรียกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในการต่อสู้คดีคืนจากกรรมการหรือเจ้าหน้าที่บริหารที่กระทำการฉ้อฉล หรือทุจริตต่อบริษัทฯ

นอกจากนี้ หากการกระทำละเมิดสิทธิดังกล่าว เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือละเมิดจรรยาบรรณบริษัทฯ ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือละเมิดจรรยาบรรณบริษัทฯ ในเรื่องนั้น ๆ จะต้องได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบบริษัทฯ หรือ อาจได้รับโทษตามกฎหมายด้วย หากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย

บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ คณะกรรมการบริษัทฯจึงได้อนุมัติให้บริษัทฯ เข้าร่วมในโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: “CAC”) ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2559 และได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิก CAC อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งปัจจุบันใบรับรองมีอายุถึงวันที่ 31 มีนาคม 2571

โดยบริษัทฯ ได้ถือปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ตลอดจนระเบียบปฏิบัติและคำสั่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมผู้ปฏิบัติงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยให้เกิดจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน มีการแจ้งนโยบาย ประกาศระเบียบ และคำสั่งของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้บริหารในกลุ่มบริษัทฯ เพื่อให้เกิดการตระหนักและรับทราบแนวทางดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงได้มีการส่งหนังสือเชิญชวนคู่ค้าในการเข้าร่วมโครงการ CAC Change Agent เพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจโปร่งใสไปยังคู่ค้า

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายกรอบการดำเนินการต่อต้านการทุจริต และการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตและระบบการควบคุมภายใน รวมทั้งได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ แนวปฏิบัติ และข้อกำหนดในการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ได้ทบทวน ปรับปรุงทะเบียนความเสี่ยงด้านทุจริตและคอร์รัปชัน (Fraud Risk Assessment and Corruption Risk Assessment) และมาตรการควบคุมของบริษัทฯ และบริษัทย่อย (RG) และใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนในการป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชันในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อนำพาองค์กรไปสู่การพัฒนาและดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้มีการสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทฯ คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม คณะกรรมการตรวจสอบ และฝ่ายบริหาร ในฐานะผู้นำองค์กรที่จะต้องแสดงบทบาทและจุดยืนในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันให้แก่บุคลากรของบริษัทฯ พันธมิตรทางธุรกิจ และสาธารณชน เกิดความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ

นโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน

การดำเนินการในการป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชัน

  • กำหนดคำสั่งหรือแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อการบริหารความเสี่ยงด้านทุจริต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกิจกรรม ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงานและขั้นตอนและแนวทางการปฏิบัติต่าง ๆ ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้สำหรับการป้องกัน ตรวจพบ และตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านทุจริตได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที
  • จัดทำ ปรับปรุงและทบทวนนโยบาย ระเบียบ คำสั่ง และจรรยาบรรณบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ และสื่อสารให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจและปฏิบัติตามนโยบายและวิธีการในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด
  • การประเมินความเสี่ยงและจัดทำทะเบียนความเสี่ยง แผนภูมิความเสี่ยงด้านการทุจริต โดยกำหนดเกณฑ์วัดความเสี่ยง สาเหตุหลัก ผลกระทบของความเสี่ยง โอกาสที่จะเกิดขึ้น ระดับความเสี่ยงที่บริษัทฯ ยอมรับได้ การประเมินการควบคุมภายในที่มีอยู่ การจัดหามาตรการเพื่อลดความเสี่ยง และวิเคราะห์ความรุนแรงและโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงคงเหลือจากการมีมาตรการควบคุมภายในในปัจจุบัน และมีการสอบทานกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการทุจริตโดยหน่วยงานตรวจสอบภายใน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการดำเนินการที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพเป็นประจำทุกปีทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดให้มีการทบทวนการประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันเป็นประจำทุกปี เพื่อทบทวนความเหมาะสมของทะเบียนความเสี่ยงและกิจกรรมควบคุมด้านคอร์รัปชันของบริษัทฯ และบริษัทย่อยหลัก
  • การสื่อสารและอบรม บริษัทฯ มีการจัดทำแผนการสื่อสารและการจัดอบรมประจำปี ช่องทาง ความถี่ เนื้อหา และการดำเนินการเพื่อให้เกิดประสิทธิผลทั้งต่อภายในและภายนอกองค์กร โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ปฏิบัติงานตระหนักถึงความสำคัญ การมีส่วนร่วมในการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตของบริษัทฯ ความโปร่งใส และความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของบริษัทฯ ในทุกระดับ เพื่อสื่อสารไปยังพันธมิตรธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย

ในปี 2568 บริษัทฯ มีการดำเนินการในด้านการสื่อสารและอบรมที่สำคัญ ดังนี้

  1. จัดทำแผนการสื่อสารและอบรมประจำปี 2568 โดยผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการสื่อสารและอบรมเรื่องการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน และคณะทำงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  2. จัดการอบรม (Orientation) ด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ให้แก่พนักงานใหม่ที่ได้รับการจ้างงานจากบริษัทฯ
  3. จัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันทุกไตรมาส ในรูปแบบ Newsletter
  4. จัดให้มีการทดสอบและประเมินความตระหนักรู้ ความเข้าใจและการปฏิบัติตามนโยบายในเรื่องจรรยาบรรณ และการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันของบริษัทฯ ผ่านระบบ e-learning ซึ่งได้มีการทบทวนและปรับปรุงแบบทดสอบฯ ให้สอดคล้องกับนโยบายฯ และแนวปฏิบัติที่ปรับปรุงเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบดังกล่าวอย่างน้อย 80% ก่อนเข้าทำระบบการประเมินผลหรือ KPI ประจำปี
  5. ดำเนินการประกาศ เผยแพร่ และทำหนังสือรับทราบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน แก่ตัวแทนบริษัทฯ พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบ และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
  6. แจ้งจดหมายไปยังคู่ค้าของบริษัทฯ เพื่อให้ทราบถึงมาตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ได้แก่ นโยบาย “งดรับของขวัญ หรือของกำนัลในโอกาสวันขึ้นปีใหม่”
  7. บริษัทฯ ได้เชิญชวนคู่ค้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายการต่อต้านการทุจริต (โครงการ CAC Change Agent)
  8. กำหนดแนวทางการสื่อสารอบรมให้มีการประสานงานร่วมกับบริษัทย่อยเพิ่มมากขึ้น เพื่อสื่อสารความรู้ความเข้าใจด้าน CAC ให้มีการขยายวงกว้างขึ้น
  9. จัดทำสื่อเผยแพร่ความรู้นโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยจัดทำคลิปละครสั้นการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน เรื่อง ความหมายของ “การทุจริต” และ “การคอร์รัปชัน” และความหมายของ “การจ่ายค่าอำนวยความสะดวก”
  • การสอบทานประวัติบุคลากรและผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจก่อนการจ้างและก่อนการเริ่มสัญญา หรือธุรกรรมระหว่างกัน โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจสอบประวัติหรือความน่าเชื่อถือด้านคุณวุฒิและความสามารถ รวมถึงประวัติการทำงานของบุคลากรในตำแหน่งสำคัญก่อนการลงนามสัญญาจ้างงานเพื่อให้มั่นใจว่า บุคคลดังกล่าวไม่มีประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์ในการปฏิบัติงาน โดยสัญญาจ้างงานได้มีการกำหนดเงื่อนไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันไว้ และส่วนจัดการสำนักงานเป็นผู้รับผิดชอบในการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกและประเมินผลงานของคู่ค้าที่เหมาะสม สอบทานประวัติของพันธมิตรทางธุรกิจโดยเฉพาะผู้ขาย ผู้รับเหมา ผู้ให้บริการ ว่ามีคุณสมบัติ ชื่อเสียง สถานะการเงิน และความน่าเชื่อถือที่ดี รวมทั้งทำการสื่อสารนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจรับทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
  • การควบคุมภายใน ให้ทุกหน่วยงานของบริษัทฯ กำหนดขั้นตอนการทำงาน และการแบ่งแยกหน้าที่รับผิดชอบในทุกขั้นตอนอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อประโยชน์ในการควบคุมภายใน และให้มีการทบทวนปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ และมอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบภายในทำการประเมินการควบคุมภายในของแต่ละกระบวนการให้ครอบคลุมถึงความเสี่ยงด้านการทุจริต การสอบทานนโยบาย การดำเนินงาน และขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ ตามที่มาตรการและนโยบายด้านการทุจริตและคอร์รัปชันกำหนดไว้เป็นประจำทุกปี ว่ามีการดำเนินการได้อย่างครบถ้วนเพียงพอและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตามข้อกำหนดและแนวทางการประเมินของ CAC และเมื่อตรวจพบความผิดปกติจะต้องวิเคราะห์โอกาสของการทุจริตในเรื่องดังกล่าว
  • กำหนดมาตรการตรวจพบการทุจริต และตอบสนองต่อการทุจริตที่เกิดขึ้น
  • กำหนดช่องทางหรือกลไกการแจ้งเหตุหรือเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลภายนอก ต้องมีความอิสระในการแจ้งเบาะแสโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ตลอดจนจัดให้มีกระบวนการป้องกันผู้แจ้งเบาะแสเพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสไม่ให้ถูกทำร้ายหรือข่มขู่ในภายหลัง ซึ่งช่องทางการแจ้งเบาะแสของผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ ประธานกรรมการหรือกรรมการบริษัทฯ กรรมการอิสระหรือกรรมการตรวจสอบ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน และผู้บังคับบัญชา สำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ทราบเหตุหรือเบาะแส แต่ละเลยไม่ได้แจ้งให้บริษัทฯ ทราบหรือแจ้งเหตุอันเป็นเท็จ ถือเป็นการกระทำผิดวินัย
  • กำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินการต่อการทุจริตที่เกิดขึ้น ได้แก่ การสอบสวน การลงโทษและการเยียวยา และการเปิดเผยข้อมูล โดยให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากการแจ้งเบาะแส เพื่อรายงานต่อกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรายงานคณะกรรมการบริษัทฯ ต่อไป

บทบาทของคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

คณะกรรมการตรวจสอบกำกับดูแลและสอบทานความครบถ้วนเพียงพอของกระบวนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันผ่านฝ่ายตรวจสอบภายใน และรายงานให้คณะกรรมการบริษัทฯ ทราบ ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้

  • สอบทานนโยบาย ขั้นตอนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการทุจริต รวมถึงการประเมินความเพียงพอของการควบคุมภายในเพื่อป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชันที่อาจจะเกิดขึ้น
  • กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบภายในและการกำกับดูแลการดำเนินงานให้ครอบคลุมด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทฯ อย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
  • สอบทานการรายงานสถานะทางการเงินที่โปร่งใสและถูกต้องแม่นยำ ภายใต้มาตรฐานการบัญชีที่ได้รับการยอมรับระดับสากล
  • สอบทานการต่อต้านการทุจริตในด้านนโยบายการสื่อสารและอบรมให้พนักงานทุกคน รวมถึงบุคคลภายนอกและผู้เกี่ยวข้องทางธุรกิจรับทราบและถือปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายและหลักการต่าง ๆ
  • สอบทานการปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง และจรรยาบรรณบริษัทฯ ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน การให้และรับของขวัญและของที่ระลึก เงินบริจาคเพื่อการกุศลและเงินสนับสนุน การจ้างพนักงานรัฐ ค่ารับรอง การบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริต เป็นต้น
  • กำหนดแผนการตรวจสอบประจำปีเพื่อสอบทานการบริหารความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชันของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามเกณฑ์หรือมาตรการที่กำหนด

ในปี 2568 ไม่พบประเด็นการกระทำผิดด้านการทุจริตคอร์รัปชันหรือการทำผิดด้านจริยธรรม รวมถึงไม่มีกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารลาออกเนื่องจากประเด็นเรื่องการกำกับดูแลกิจการแต่อย่างใด

บริษัทฯ ยึดมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยจัดให้มีช่องทางการร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส เพื่อรับเรื่องร้องเรียน ข้อคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ หรือมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ หรือจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย การปฏิบัติตามจรรยาบรรณ รวมถึงพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริต

บริษัทฯ มีช่องทางการร้องเรียน ดังนี้

  1. ทางเว็บไซต์บริษัทฯ
    ช่องทางการร้องเรียน
  2. ทางไปรษณีย์ (จ่าหน้าซองถึงผู้รับเรื่อง)
    บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 72 ถนนงามวงศ์วาน ตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000
  3. ทางอีเมล
    ประธานกรรมการหรือกรรมการบริษัท : directors@ratch.co.th
    กรรมการอิสระ : id@ratch.co.th
    กรรมการตรวจสอบ : ac@ratch.co.th
    กรรมการผู้จัดการใหญ่ : ceo@ratch.co.th
    ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน : internalaudit @ratch.co.th

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดกระบวนการดำเนินการเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างชัดเจน โดยแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงจากการร้องเรียน และดำเนินการพิจารณาขั้นตอน วิธีการจัดการ รวมถึงกำหนดมาตรการแก้ไข และการบรรเทาความเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบ หลังจากกระบวนการพิจารณาข้อร้องเรียนเสร็จสิ้นแล้ว คณะกรรมการสอบสวนจะดำเนินการรายงานผลต่อกรรมการผู้จัดการใหญ่เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบต่อไปถึงการจัดการสำหรับผู้ได้รับผลกระทบและการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อแก้ไขและป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้รายงาน ผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะได้รับความคุ้มครองและความเป็นธรรมจากการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแส โดยบริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการที่มีความเหมาะสม เพื่อปกป้องผู้ร้องเรียนหากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเดือดร้อนเสียหายหรือความไม่ปลอดภัย

ปี 2568 พบว่าไม่มีเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสแต่อย่างใด โดยหากมีการร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแสเกิดขึ้น บริษัทฯ จะดำเนินงานตามกระบวนการที่กำหนดไว้ และพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบบริษัทฯ หรือโทษทางกฎหมายหากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย